สัมภาษณ์พิเศษ ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผอ.ศูนย์วิจัยทองคำ-ทิศทางทองครึ่งปีหลัง 2566

16,704

ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผอ.ศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวกับว่า ภาพรวมทองคำครึ่งปีแรก ยังถูกกดดันจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ที่ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้ภายในช่วงระยะปีเศษ อัตราได้พุ่งมาอยู่ที่ระดับ 5.25%

รัลชมคลิปสัมภาษณ์ ผอ.ศูนย์วิจัยทองคำ

และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เพราะในการประชุม FOMC เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา FED ได้ประกาศว่า อาจจะปรับขึ้นอีก 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยของ FED ไปอยู่ที่ ประมาณ 5.75% เป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์ทั่วโลก รวมถึงทองคำ และค่าเงินบาท ที่ทำสถิติอ่อนค่าไปแตะที่ระดับ 35.70 บาทต่อดอลลาร์

แม้ว่าการที่เงินบาทอ่อนค่าจะช่วยหนุนราคาทองไทย แต่เมื่อไปดูราคา gold spot ก็ปรับตัวลดลง มาเคลื่อนไหวแถว 1,900 ดอลลาร์ แต่หากนำทองคำไปเทียบกับสินทรัพย์อื่น ๆ แล้ว ก็ยังถือว่าทำผลงานได้ดีอยู่ ทั้ง gold spot และทองคำแท่ง 96.5 ก็ยังเคลื่อนไหวแถว 32,000 บาท ถือว่าแข็งแกร่งพอสมควร

อย่างไรก็ดี การลงทุนทองคำในช่วงนี้ยังคงเป็นการลงทุนระยะสั้น ทำกำไรลักษณะเล่นรอบ ๆ เดือนละ 1-3 รอบ ในกรอบประมาณ 300-500 บาท ซึ่งช่วงนี้ยังไม่ใช่โอกาสของการถือสถานะเพื่อหวังผลระยะยาว ยกเว้นว่าราคาจะปรับตัวลดลงไปแรง ๆ ก็น่าจะเป็นโอกาสเข้าซื้อสะสมได้

แต่โอกาสที่ราคาลงไปลึก ๆ ยังมองว่าเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะจากที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าเมื่อราคาปรับตัวลงแรงไปถึงแนวรับสำคัญ ก็จะมีแรงซื้อดันกลับขึ้นมา เพราะทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง และสามารถที่จะถือลงทุนในระยะยาวได้

เมื่อมามองโอกาสและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ แน่นอนว่าเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED จะเป็นแรงกดดันราคาทองคำ แต่ทว่ายังมีอีกหลายปัจจัยที่อาจจะเข้ามาเป็นตัวหนุนเช่นกัน ทั้งความเสี่ยงในเรื่องของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน เรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ปัญหาเล่านี้ก็เป็นแรงหนุนให้เกิดแรงซื้อเมื่อราคาทองคำปรับตัวลดต่ำลง

อีกประเด็นที่จะต้องรอดู คือ การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่าจะมีเสถียรภาพในการทำงานมากน้อยเพียงไร และจะมีนโยบายอย่างไร เพราะจะมีผลกระทบต่อค่าเงินบาท ซึ่งเป็นจุดที่มีความสำคัญต่อราคาทองคำ

ทั้งนี้ มองว่าโอกาสที่ราคา gold spot จะขึ้นไปจบที่ 2,000 ดอลลาร์ ก็ยังพอมี หรือจะลงไปลึกถึง 1,800 ดอลลาร์ ก็ยังเป็นไปได้ เพราะราคาเคลื่อนไหวของราคา gold spot ในกรอบ 60 ดอลลาร์ เกิดขึ้นไม่ยาก ขึ้นอยู่กับข่าวสารที่เข้ามาในช่วงนั้น ๆ

ขณะที่ ราคาทองคำไทย เชื่อว่านักลงทุนจำนวนมาก ยังรอซื้อแถว 31,000 บาท แต่ยังมองว่าเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร ต้องอาศัยเหตุการณ์ที่เกินคาดที่จะทำให้เงินบาทอ่อนค่าแรง แต่โอกาสที่จะลงมาแถว 31,800 บาท และหลุดลงไปที่ 31,500 บาท ยังพอมีความเป็นไปได้ และเป็นจังหวัดที่น่าซื้อสะสม ในทางกลับกัน ณ ราคาปัจจุบัน ก็มีโอกาสที่จะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเดิมแถว 32,850 บาท ได้เช่นกัน

ส่วนเรื่องการค้าทองคำในประเทศ ต้องยอมรับว่า ในช่วงครึ่งปีแรกการค้าขายค่อนข้างจะเงียบมาก ทั้งในส่วนของทองรูปพรรณและทองคำแท่ง โดยคาว่าจะลดลงไปไม่ต่ำกว่า 60 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นเพราะกำลังซื้อผู้บริโภคไม่มี ขณะที่คนที่ขายออกไปเพื่อทำกำไรในช่วงที่ราคาปรับขึ้นขึ้น บางส่วนก็ไม่สามารถซื้อกลับมาได้ เพราะราคายังได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ ประกอบกับนำเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่เกิดปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด จนไม่เหลือเงินที่จะมาซื้อทองคำกลับไป

โดยเฉพาะทองรูปพรรณ โอกาสที่จะซื้อกลับยิ่งเป็นไปได้ยาก เพราะราคาได้ปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่อง ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้คนมีรายได้น้อยลงและไม่มีมากพอที่จะมาซื้อทองคำเก็บสะสม ทำให้ยอดจำหน่ายทองรูปพรรณลดลง แต่ถ้าการซื้อทองคำเพื่อการลงทุนอาจจะยังคงอยู่บ้าง

ที่มา : goldaround.com

Comments are closed.